個人檔案~*BO*~相片部落格清單更多 工具 說明
Thanks for visiting!
請稍候...
很抱歉,您輸入的回應過長。請縮短您的回應。
您尚未輸入內容,請再試一次。
很抱歉,目前無法新增您的回應,請稍後再試。
若要新增回應,您的父母必須先給您權限。要求權限
您的家長已關閉回應功能。
很抱歉,目前無法刪除您的回應,請稍後再試。
您已超過每日回應上限次數,請於 24 小時後再試一次。
由於系統顯示您可能傳送垃圾郵件給其他使用者,因此您帳號中的回應功能已遭停用。 如果您認為自己帳號遭錯誤停用,請連絡 Windows Live 支援
請完成下列安全檢查,以完成回應。
您輸入的安全檢查字元必須與圖片或音訊中的字元相符。

~*BO*~

... Bo

職業
第 1 張 / 共 36 張
31 October

ชื่อใครวะ...

 
วันนี้ใช้เวลาช่วงเช้าไปทำพาสปอร์ตมา
 
ไปถึงแต่เช้า ก็เออดีแฮะ คนน้อยดี จะได้รีบทำรีบกลับไปทำงาน...
 
ก็ทำตามขั้นตอนตามปกติ จนกระทั่ง....
 
"ชื่อคุณเขียนแบบนี้หรอคะ"
"ครับ"
"ไม่ได้นะคะ คุณสะกดผิดค่ะ"
"ผิดยังไงครับ"
"เอก สะกดว่า Eak ไม่ได้ค่ะ มันผิดค่ะ"
"ผมก็สะกดแบบนี้มาตลอด"
"ไม่ได้นะคะ Ea มันสระเอียค่ะ ไม่ใช่สระเอ"
"ก็ผมใช้แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วอ่ะครับ"
"ไม่ได้คะ มันสะกดผิดค่ะ" -- เค้ายังยืนยัน
"แต่เอกสารของผมก็สะกดแบบนี้หมด" -- ยืนยันกับไปมั่ง
"ยืนยันว่าจะสะกดแบบนี้ใช่มั้ยคะ?"
"ครับ"
"งั้นเดี๋ยวขอไปถามหัวหน้าแป๊บค่ะ"
 
----- หายไปพักนึง -----
 
"ถ้างั้น ตอนวันรับจริง คุณต้องเอา Transcript มายื่นด้วยนะคะ"
 
อ้าว ตอนแรกพูดส่งๆ อ้างๆไป ดันจะเอาจริงๆเวงล๊ะ
Transcript ที่บ้านเป็นภาษาไรวะ?? สะกดแบบนี้ป่าววะ??
เริ่มกังวล แต่ยังยืนยัน
 
"ครับ ได้ครับ.."
"ค่ะ แต่ต้องเอามายื่นด้วยนะคะ ไม่มีถือว่าเป็นโมฆะเลยนะคะ"
"ครับ"
 
แล้วเค้าก็เขียนลงในเอกสารว่า "วันมารับ ต้องแนบ Transcprit มาด้วย"
 
แล้วก็หันจอมาหา "เขียนแบบนี้รึป่าวคะ Transcprit"
 
ก็เลยบอก ไม่ใช่ครับ มันต้อง "Transcript"
(เริ่มคิดในใจ แค่นี้ยังสะกดมั่วๆเลย เลยดันมาเถียงอีก ว่าสะกดชื่อตัวเองผิด)
 
แล้วเค้าก็ย้ำอีกทีว่า
 
"ต้องเอามาด้วยนะคะ Transcript"
"ครับ"
"ถ้าไม่มีต้องทำใหม่เลยนะครับ"
"คร้าบๆ..."
 
 
เฮ้อ ใช้ชื่อนี้มาก็นาน สะกดแบบนี้มาตั้งหลายปี เพิ่งรู้ว่ากรูสะกดชื่อตัวเองผิด...
 
ป.ล. ยังไม่รู้ว่า transcript ที่บ้านเป็นยังไง ต้องกลับไปดูก่อน จ่ายตังไปแล้วด้วยตั้งพันนึง...
 
 
21 October

อิอิ

แอบไปมีบ้านเล็ก บ้านน้อยฮะ...
 
 
ตอนนี้กำลังเห่อ จะไป up ที่นั่นนะ ^ ^
5 October

แบบว่า.. ว่างจัดอ่ะ

ช่วงนี้เบื่อจัด ไม่มีไรทำสุดๆ
พอดีเพื่อนส่งไอ้พวก Funtest มาให้ทำ
ทำเส็ดก็... เล่นมั่งดีกว่า ว่างๆแก้เซ็ง
 
 
 
 
 
ป.ล. จริงๆไม่ใช่คนที่ชอบเล่นไอ้นี่เลยนะเนี่ย.. แต่เอาน่า ว่างอ่ะ...
12 September

ก็แค่ต้นไม้...

  วันก่อนไปเดินเขาดิน เจอต้นไม้ "แก่ๆ" ต้นนึง
 
 
ป.ล. ต้นไม้ต้นนี้ถึงจะแก่แต่ก็ยังเขียวชะอุ่มนะฮะ ไม่หงอกเอ้ยไม่เหี่ยวด้วยแหละ....
 
4 September

โดนใจจิงๆ

 
วันก่อนไปจเอนิตยสารเล่มนึง
พาดปกได้โดนใจมาก....
 
 
 
ไม่เข้าใจจิงๆ ไอ้นักข่าวหนังสือเล่มนี้ว่างมากเรอะ
นั่งจ้องก้นทาทา จนเห็นสิวได้เนี่ย....
 
แล้วมีการทำรูปมือชี้ไปที่ก้น แล้วเขียนว่า...
 
"สิวอยู่นี่จ้า"
 
คนมันกำลังดัง สิวขึ้นก้นก็เป็นข่าววุ้ยยยย
 
 
ป.ล. เห็นหนังสือเล่มนี้ที่ seven เมื่อวั้นก่อน... พอวันรุ่งขึ้นจะไปแอบถ่ายรูปปรากฎว่าหมด
เดินตามหาประมาณ 7-8 สาขากว่าจะเจอ
 
สงสัยขายดีจัด ใครๆก็อยากเห็นสิวที่ก้นทาทา
 
22 August

ผี!!!

เกิดเหตุเมื่อประมาณ 1-2 ปีก่อน

กลางดึกคืนหนึ่ง.....

หลังจากเลิกงานก็ขับรถพายุ้ยไปส่งบ้าน ตอนนั้นก็ดึกพอสมควรแล้ว ราวๆ 4-5 ทุ่ม
ระหว่างทาง ก็จะมีถนนเส้นนึง ที่ค่อนข้างเปลี่ยว มีคนไม่มากนัก ยิ่งเวลาดึกๆแบบนี้ด้วยแล้ว...

ขณะที่ขับรถผ่านถนนเส้นนั้นเอง อยู่ๆยุ้ยก็ไปเห็นอะไรบางอย่าง!!!

ยุ้ย: โบ้แกเห็นป่าวอ่ะ เมื่อกี้

โบ้: หือไรหรอ ไม่ได้มองข้างทางอ่ะ ขับรถอยู่ (ตรงเกาะกลางถนน จะมีต้นไม้พุ่มๆปลูกเป็นแนวยาว ทำให้มองเห็นอะไรไม่ค่อยชัด)

ยุ้ย: เราเห็นมีเหมือนหัวคนตรงเกาะกลางถนนนั่นอ่ ะมีใครนอนเป็นไรอยู่ตรงนั้นป่าวไม่รู้

โบ้: ... จิงหรอ เราไม่เห็นอ่ะ ไม่ได้สังเกตุ ตาฝาดป่าว

ยุ้ย: ก็เห็นแว่บๆอ่ะ แต่เราว่าเราไม่ได้ตาฝาดนะ เราเห็นจิงๆ . . .

ก็ไม่ได้คิดไรมาก คิดว่าคงไม่มีไร ยุ้ยคงตาฝาดไปแหละมั้งงงงงง

แล้ววันต่อมา ก็เลิกงานดึกเหมือนเดิม ขับรถผ่านเส้นทางเดิม...
ระหว่างทางก็คุยกันเรื่องนี้...

ยุ้ย: โบ้ เราไม่ได้ตาฝาดนะ เราเห็นจิงๆ เนี่ยเมื่อวานเรากลับบ้าน ไปโทรเรียก 191 ตั้งหลายรอบอ่ะ แต่สายไม่ว่างเลย

โบ้: อ่ะจิง โทรไป 191 เลยหรอ

ยุ้ย: อื้อ แต่สายมันไม่ว่างเลยอ่ะ โทรตั้งนาน ไม่ติด

แล้วก็ไปถึงตรงแถวๆจุดเกิดเหตุเมื่อวานพอดี ยุ้ยเลยแอบมองอีกรอบ แล้วก็พบอีกครั้ง...

ยุ้ย: (หน้าเริ่มซีดๆ) โบ้ๆๆ เราเห็นอีกแล้วอ่ะ มีคนนอนอยู่ตรงนั้นจริงๆ พื้นตรงหัวเค้าแดงๆด้วยอ่ะ

โบ้: ...... (เริ่มแอบกัวด้วย)

ยุ้ย: โบ้ U-Turn กลับไปดูอีกรอบได้มั้ยอ่ะ เราอยากรู้ว่ามันคือไร

โบ้: อื้อๆ ก็ได้อ่ะ.... แต่ถ้ามีคนนอนเป็นไรอยู่ตรงนั้นอ่ะ ผ่านมาตั้งวันนึงจะไม่มีใครเห็นเลยหรอ นี่มันเกาะกลางถนนเลยนะ 
     ไม่น่าเปลี่ยวขนาดนั้นอ่ะ

ยุ้ย: ไม่รู้อ่ะ แต่เราเห็นจิงๆนะ พื้นตรงหัวเค้าแดงๆด้วยอ่ะ

ตอนนี้เริ่มกัวๆขึ้นมาทั้งคู่ มีใครโดนฆ่าหมกต้นไม้ตรงนั้นหรอ... หรือว่าโดนผีหลอกหรอ...


ด้วยความข้องใจเลยต้อง U-Turn รถกลับไปวนดูอีกรอบ คราวนี้ชะลอรถ ตั้งใจมองสุดๆ
และแล้วสิ่งที่ได้เห็น ก็ทำให้ตกใจเป็นที่สุด.... ....นิ่งไปประมาณ 1 นาที

โบ้: ยุ้ย.. เห็นป่าวอ่ะ

ยุ้ย: เห็นๆ แกก็เห็นใช่มั้ย...

โบ้: อื้อ... คือว่านะยุ้ย แบบว่า.....     
     ที่เราเห็นอ่ะ คือ....มีคนนอนอยู่อ่ะ แล้วไอ้แดงๆที่แกเห็นเนี่ย คือเค้าปูเสื่อนอน 
     คงเป็นพวกเร่ร่อนไม่มีที่นอนมั้ง เลยมานอนแถวนี้

ยุ้ย: ........

ปล เกาะกลางตรงนั้นจะปลูกต้นไม้พุ่มๆแป็นแนว แล้วมันจะเว้นช่องแคบๆนิดนึง ให้คนข้ามถนนเดินผ่านได้  
     มันนอนอยู่ตรงช่องนั้นแหละ... (หาที่อื่นนอนไม่ได้แล้วหรอวะ)

ปล2 รู้สึกดีใจที่ 191 มันโทรยากกกกกกกกก ไม่งั้นอายเค้าตายเลย เหอๆ

27 July

เอ่อ...มึงคือใคร(วะ)

วันก่อนไปกิน Zen ที่เซ็นทรัลลาดพร้าวกับปลาและน้องหมี....
 
เนื่องจาก(ไอ้)ปลาน้อยต้องรีบกลับบ้าน พอกินเสร็จก็จะกลับเลย
ก็เลยต้องทิ้งน้องหมีไว้ที่เซ็นลาด ส่วนโบ้ก็ไปส่งปลาที่รถไฟใต้ดิน
 
ระหว่างทางก็เดินๆอยู่ จู่ๆก็...
 
ป๊าบบ!!!!
 
ใครไม่รู้เดินมาตบไหล่อย่างแรง แล้วทักว่า
 
"เฮ้ย เดินไม่พูดไม่จาเลยนะมึง"
 
แล้วก็เดินสวนไป
 
โบ้หันมองหน้ามัน มันมองหน้าโบ้
 
แล้วก็คิดในใจ แม่งใครวะ ไม่รู้จักเว้ยยยย ตบกูซะแรง...
 
แล้วก็เดินบ่นกับไอปลาไปแป๊บนึง ประมาณว่า..
 
"แม่งใครวะ เจ็บนะเนี่ย ตบซะแรง..."
"ไม่เคยรู้จักแน่ๆอ่ะ ไอ้หน้าแบบเนี้ย ไม่คุ้นอย่างแรง"
"มันมาทักซะสนิทเลย ไม่เห็นจำได้เลยว่าเคยรู้จักคนหน้าตาแบบนี้"
 
แต่ก็เออๆช่างมัน ไม่ได้สนใจไร ก็เดินต่อไป
 
ซักพัก...
 
มือถือก็ดัง ไม่ได้โชว์ชื่อด้วย
 
"โหลๆ"
"เออ ไอ้โบ้ ทักแล้วทำเป็นไม่พูดนะมึง มากับแฟนหรอวะ?"
"เฮ้ยๆ ไม่ใช่แล้วมึง เพื่อนกู" (ไม่ใช่แน่ๆ แสดดดด)
"แล้วทักด้วยไม่ยอมพูดนะมึง"
"เออ ก็กูกำลังนึกอยู่ว่ามึงคือใคร นึกไม่ออก"
"หรอๆ เออแล้วเป็นไงมั่ง งานมึง"
"เออๆ ก็จะลาออกแล้วเนี่ย" (สาดดดด ไม่บอกอีกว่ามึงคือใคร)
....
 
แล้วก็คุยเรื่องจิปาถะกันไปอีกแป๊บนึง...
แต่...
 
สุดท้ายก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่า...
 
"มึงคือใครวะ"
 
 
ป.ล. เพิ่งเปลี่ยนเบอร์มือถือได้ปีนิดๆ คนที่รู้เบอร์ก็ไม่น่าเป็นเพื่อนเก่าแก่นี่หว่า...
 
 
12 July

ห้องน้ำอันตราย...

ขอย้อนความกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน...
 
สมัยที่เพิ่งเข้าทำงานใหม่ๆ ช่วงนั้นว่างมาก
ไม่มีอะไรทำเท่าไหร่นัก....
 
ด้วยความว่าง ก็นั่งเบื่อๆไปวันๆ ก็เลยมองซ้ายมองขวา หาไรทำ
หันไปหันมา ก็เห็นการ์ตูนที่ซื้อมามะเช้า แล้วก็ปิ๊งขึ้นมาได้.....
 
เลยคว้าการ์ตูนเข้าไปแอบอ่านในห้องน้ำ
 
กะว่า ขออู้ซักแป๊บว้า
 
แล้วก็เข้าไปนั่งอ่าน...
 
อ่านไปด้วยความเมามันซักแป๊บบบบ
 
แมร่ง...มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ผลักประตูเข้ามา
 
พรึ่บ!!!!
 
โบ้กะไอ้บ้านั่นจ้องตากัน 1 วิ
แล้วไอ้บ้านั่นก็บอก "ขอโทดครับ" แล้วทำท่าจะออกไป
.
.
.
.
.
.
.
เลยใช้เวลาตัดสินใจ 0.5 วิ
แล้วบอก "ไม่เป็นไรครับ"
แล้วก็เดินออกจากห้องน้ำ ไปอย่างรวดเร็ว..
แม่งๆๆๆๆๆ อายชิบเป๋งเลย
 
 
 
 

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่เข้าห้องน้ำที่ทิปโก้ จะต้องตรวจเช็คอย่างดี
ว่ามัน lock ดีรึยัง
 
นั่งๆอยู่ก็ต้องคอยมอง คอยเช็ค ว่าแมร่ง lock ดียังวะ...
 
และแล้วในที่สุด วันนี้ก็มาถึงอีกครั้ง...
 
ก็เข้าห้องน้ำแล้ว เช็คตัวล๊อคตามปกติ
ว่ามันล๊อคดีแล้วนะ กันพลาด
 
ระหว่างที่ปฏิบัติภาระกิจอยู่นั้น ก็ควักมือถือมากดๆเกมเล่น
 
ขณะที่กำลังเล่นเกมอย่างเพลิดเพลิน....
 
ก็มีแม่บ้านมาเก็บขยะในห้องน้ำ
 
ก็ได้ยินเสียงแว่วๆ แต่ไม่ได้สนใจ
นั่งกดเกมต่อไป
 
แม่บ้านเข้าห้องแรก
 
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น...
 
พอเสร็จ ก็ข้ามไปเข้าห้องที่สาม
 
ก็เออ มันผ่านไปแล้ว คงไม่มีไร

แต่ก็ยังแอบเช็คดูอีกทีว่ามันยังล๊อคดีอยู่
 
พอแม่บ้านออกมาจากให้ที่สาม
ไม่รู้ว่าอะไรดลใจแม่บ้านคนนั้น...
 
อยู่ๆก็ผลักประตูเข้ามา....
 
พรึ่บ!!!!
 
แมร่งงงงงงงงง
ทำไมมันไม่ lock วะ ก็ว่า check ดูอย่างดีแล้วนะ

สงสัยว่า ตอนที่แม่บ้านออกจากห้องที่ 3 ปิดประตูแรง
ทำให้มันสะเทือน จนล๊อคเลื่อน
 
แต่ด้วยสติ และปฏิกิริยาตอบโต้อันรวดเร็ว
ก็รีบเอาตีนถีบประตูยันไว้ไม่ให้ไอ้แม่บ้านคนนั้นเข้ามา
 
แต่......

แมร่งเปิดไปหน่อยนึงแล้ว หวังว่าคงไม่เห็นไรนะ
 
นั่งไว้อาลัยอยู่เกือบ 10 นาที ค่อยออกมาจากห้องน้ำได้
(จริงๆ รอให้ไอ้แม่บ้าน และคนอื่นๆๆๆๆแถวนั้นออกไปให้หมดก่อน
อายสาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด)
12 June

ผีหลอก...

เมื่อวันที่ 11 ไปดูพลุที่ตึกทิปโก้มา
เพราะอยู่ไม่ห่างจากสนามม้านางเลิ้งมากนัก..
 
เนื่องจากเป็นวันอาทิตย์ และดึกแล้วจึงไม่มีใครนอกจากพวกเรา
 
ก็ไปถึงก่อนเวลานิดหน่อย เลยไปชั้น 23 ถ่ายวิวเล่นๆ
ก็ถ่ายๆกะไอ้หนุย
 
ส่วนยุ้ยไม่มีไรทำเลยไปนั่งเล่น net ที่ชั้น 22
(ยุ้ยมันใช้ PC เลยแบกขึ้นมาที่ชั้น 23 ไม่ได้)
 
ถ่ายไปซักพัก.. อืมมมม ถึงเวลาล๊ะ
เลยลงไปชั้น 22 ไปหายุ้ย
 
ปรากฎว่าไม่มีบัตร...
เลยต้องไปเคาะๆๆๆ ตะโกนๆๆๆๆๆ กะไอ้หนุยอยู่พักนึง
เนื่องจากไอ้ยุ้ยมันฟังเพลงอยู่ เลยไม่ได้ยิน
 
ก็ตะโกนๆไปซักพัก เริ่มทนไม่ไหว
เลยควักโทรศัพท์ขึ้นมา กะจะโทรตาม
 
ทันใดนั้น...
 
"แกร๊ก"
 
เสียงประตูเปิด..
 
โบ้-หนุยมองหน้ากัน...
 
ลองผลักประตูดู...
 
ปรากฎว่าเปิดได้...
 
แว๊บแรกคิดว่า ไอ้ยุ้ยมันต้องแกล้งแน่ๆ
แอบมาเปิดแล้ววื่งไปซ่อน
 
แต่...
 
พอเดินเข้าไป ไอ้ยุ้ยกำลังนั่งเล่นคอมอย่างสบายใจอยู่
 
โบ้หนุยมองหน้ากันอีกที...
 
ใครเปิดวะ...
 
ป.ล. หลังจากสอบถามยุ้ยมา..
ยุ้ยมันไม่ได้ลุกไปไหนเลย ทั้งชั้นไม่มีใครอยู่ด้วย...
5 June

SD Get Connected

เมื่อวันศุกร์ที่แล้วมีงาน SD Get Conneted จัดขึ้นที่เจ้าโรงแรมพระยาปาร์ค...
 
งานเริ่มตั้งแต่เที่ยง ก็ไปกินข้าวกันก่อน
ด้วยความมั่นใจว่า เป็นบุฟเฟ่โรงแรม น่าจะมีให้กินเหลือเฟือ
ไปถึงเที่ยงนิดๆ... ก็พบว่าอาหารเกือบหมดแล้ว
แต่ช่างมัน มีไรเหลือก็กินๆๆๆๆๆๆ หุๆ...
 
กินเสร็จก็เริ่มประชุม ก็มีพี่ๆมาพูดๆๆๆๆ พูดไรมั่งไม่รุ๊ หลับ...
 
ประชุมเสร็จก็กินของว่างเล็กน้อย แล้วก็เข้าสู่ช่วงเอนเตอร์เทรน...
เป็นทีมงานชุดเดียวกับที่ตอน outing วิลันดา ก็ขำๆดี
 
มีอยู่ช่วงนึงเค้าให้แบ่งเป็นกลุ่มๆ
แล้วก็ให้แต่ละกลุ่มจัดซุ้มเล่นเกมเป็นซุ้มๆ โดยมีอุปกรณ์ให้นิดหน่อย
แล้วให้แข่งกันว่า ซุ้มไหนจะมีคนเข้ามาเล่นเยอะสุด..
 
ระหว่างที่กำลังคุยๆกันว่าจะทำเกมไรดีว้า....
ปีเตอร์(CEO) ก็เสนอตัวเข้ามา ทำแบบนี้ๆๆๆๆ...
 
ในที่สุดก็ได้ออกมาเป็นแบบนี้
 
 
เค้าให้ฟรีเซนต์กลุ่มละ 10 วิ น้องที่ฟรีเซนต์ของกลุ่มบอกว่า
"นี่ไม่ใช่ปาปีก้านะคะ แต่เป็นปาปีเต้อค่ะ" 555 ขำดี...
 
สรุปผลออกมาคงไม่ต้องเดามาก ได้ที่ 1 อย่างลอยลำ
ทุกคนถือโอกาสมาปาปีเตอร์กันใหญ่ หึๆๆ
 
จากนั้นก็มีประกวด AF ร้องเพลงกัน 6 คู่
กว่าจะจบเลยปาเข้าไป 5 ทุ่มกว่า...
 
7 May

Blog บ่นๆ

ตอนนี้มาใช้ชีวิตอยู่ที่ระยองอีกแล้ว
ก็เหมือนๆกับทุกที มา support อยู่ที่โรงงาน...
 
อยู่นี่ก็ดีไปอย่าง ไม่ต้องเปลือง มีรถรับ-ส่ง ไป-กลับ โรงแรม
ข้าวเช้ากินที่โรงแรม มื้ออื่นๆ เค้าก็ซื้อมาให้ (เพราะอยู่โรงงานนี่หาไรกินยากมาก
โรงอาหารเดินทีเป็นกิโล ออกไปนอกโรงงานไม่ต้องพูดถึง ไม่มีรถก็อย่าหวัง)
 
ตอนแรกๆก็เออ อย่างน้อยก็ประหยัดเว้ยยย ยังดีน่า...
แต่...ตอนนี้ทุ่มกว่าแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เงาคนส่งข้าว
นั่งหิวจนทนไม่ไหว เลยต้องคว้าโทรศัพท์ไปโทรตาม
 
ก็โทรๆๆๆ แต่โทรยังไงก็โทรไม่ติด สายไม่ว่างตลอด
 
นั่งทนจนทนไม่ไหว เลยโทรๆๆๆๆๆๆๆ กระหน่ำไปเรื่อยๆ
ในที่สุดสายก็ว่าง...
 
"ฮัลโหล ผม IT One นะครับพี่"
"ครับ มีอะไรให้รับใช้ครับ"
"เอ่อ คือมีคนไปซื้อข้าวมาให้ผมรึยังอ่ะครับ"
"อ้าว!! พี่เค้าสั่งไว้ ให้ไปซื้อแค่มื้อเช้ากะมื้อกลางวันแค่ 2 มื้อน่ะครับ"
(คิดในใจ ซื้อมาทำป๊ะไรมื้อเช้า กินมาจากโรงแรมแล้วเว้ยยย)
 
แล้วเค้าก็บอกว่าป่านนี้แล้ว ไม่มีรถออกไปซื้อใช่มั้ยครับ (เออสิวะ ถึงนั่งหิวอยู่เนี่ย..)
แล้วก็พูดๆประมาณว่า จะโทรไปถามนายเค้าก่อน แล้วเด๋วจะโทรกลับ
 
แมร่งหายไปนานล๊ะ ยังไม่โทรมาบอกเลย จะได้กินมั้ยเนี่ยกู...
 
หิวๆๆๆๆๆๆ...
 

 
บ่นต่ออีกเรื่อง...
 
ตรงที่นั่งอยู่เนี่ย มันเป็นตรงส่วนโรงงานเลย ห้องน้ำที่ใช้ก็จะเป็นห้องน้ำโรงงาน..
ห้องน้ำที่เนี่ย สุดยอดดดดด ตรงทางเข้ามันจะเป็นทรายๆหน่อย
ทำให้พื้นห้องน้ำแมร่งสกปรก ห้องส้วมก็แคบๆ กระดาษก็ไม่มี
มีที่รองน้ำ กะขันอันนึง... ที่สำคัญ น้ำแมร่งไม่ไหลด้วย
 
ถ้าแค่ฉี่เนี่ยก็พอไหว แต่ถ้าปวดอึ๊เมื่อไหร่เนี่ยยยย...
 
ห้องน้ำที่สะอาดหน่อย อยู่ไกลเป็นกิโล (ก็อยู่ตรงโรงอาหารแหละ)
จะไปที แมร่งไกลสาดดดดดด กว่าจะไปถึงสงสัยจะราดก่อน
 
ก็เลยต้องโทรศัพท์หาพี่คนขับรถ บอกช่วยไปส่งผมที่ตึกโรงอาหารหน่อย
อุดส่าไม่บอกว่าไปทำไม แมร่งก็ดันถามอีก ว่าอีก 2 คนล่ะ ไม่ไปหรอ...
 
จะมายุ่งไรกะกูฟร้า บอกให้ไปก็ไปเด้ แสดดดดดดด
 
ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าวันหลังๆจะไปห้องน้ำยังไงดี เพราะพี่คนขับรถก็ไม่อยู่คอยบริการเหมือนวันแรกๆแล้ว
 
เฮ้อ เศร้าใจจัดๆ
 
ป.ล. วันนี้ยังไม่ปวดฮะ พรุ่งนี้ยังนึกชะตากรรมไม่ออก
27 April

Blog ระบายอารมณ์.... (โปรดทำใจก่อนอ่าน)

โว้ยยยยยยยยย
 
ไอ้เหี้ยแก่หัวหงอกหน้าม่อบ้าอำนาจเอ้ยยย
 
กวนตีนสัดหมา
19 April

Macro...

วันก่อนนั่งเล่น msn อยู่ที่บ้านดีๆ
ก็มีไอ้จอมยุ มายุๆๆๆๆๆให้ซื้อเลนส์ตัวใหม่
 
ก็นะ... คนกำลังมีตัง (ตอนนั้นเพิ่งไปขายกล้องตัวเก่ามา)
เลยยุง่ายเป็นพิเศษ...
 
แต่ก็ขี้เกียจออกจากบ้านมากๆ นานๆได้หยุดทีอยากนอนๆๆๆๆๆๆ
 
ไปๆมาๆสุดท้ายก็ทนกิเลสไม่ไหว + อยากดูหนัง...
 
ก็เลยออกจากบ้านไปดูหนังก่อน... เรื่องไรน้าาา... Zathura มั้ง...
ดูหนังจบก็เอาเลย ตรงไปสามย่านไปร้านกล้อง ถอยเลนส์มาโครมา 1 ตัว...
 
ตั้งแต่วันนั้น ผ่านไปก็นานอยู่ ยังแทบไม่ได้ใช้เล้ยยยย อุดส่าซื้อมาตั้งแพง
มะเช้าที่ทำงานให้ลาไปเลือกตั้งก็เลยถือโอกาสไปถ่ายๆในสวนที่บ้านมานิดๆหน่อยๆ
 
ก็ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่หรอก... แต่เอาน่ะ ไหนๆก็ซื้อมาแล้วหนิ เอารูปมาอวดซักหน่อย
หุๆ...
 
รูปอยู่ใน Photo ที่เดิมน้า...
16 April

ปูจ๋า...

วันนี้อยู่ดีๆยุ้ยก็อยากกินปู เลยไปตลาดซื้อปูมานึ่งกินกัน...
 
ไปถึง ก็ไปเดินๆดู ปรากฎว่าปูม้าหมด... เลยเอาวะ ปูเนื้อก็ได้ เนื้อเยอะดี
เลยเหมามาหมดร้านเลย (เหลืออยู่ 6-7 ตัว)
 
พอกลับมาถึงบ้าน ก็เข้าครัว เอาปูออกมาล้างๆๆ..
 
 
ยุ้ย: เฮ้ย!! โบ้ดูดิ ตัวนี้มันยังไม่ตายเลยอ่ะ
โบ้: เออว่ะ.. เอาไงดีอ่ะ
ยุ้ย: เด๋วนะ..
.
.
.
ยุ้ย: เฮ้ย!! มันยังไม่ตายซักตัวเลยนี่หว่า...
 
เวรล๊ะ.. เอาไงดีวะ อยากกินก็อยาก แต่ปูมันยังไม่ตายอ่ะ...
 
ตอนอยู่ที่ร้านมันก็ทำตัวนิ่งๆ แกล้งตายซะงั้นอ่ะ
พอมาถึงที่บ้าน เอาลงน้ำไปแช่หน่อย ดี๊ด๊ากันใหญ่เลย
นั่งคิดอยู่พักใหญ่ เอาไงดี จะเอาปูลงหม้อ ทั้งๆที่มันยังไม่ตายก็ไงๆอยู่
ใจไม่กล้าพอ ไอ้ครั้นจะรอให้มันตายก่อน ก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้กิน..
 
ก็เลยพยายามหาตัวช่วย... แต่หลังจากสำรวจดูแล้ว ไม่มีใครกล้าพอจะฆ่าปูเลย
 
สุดท้ายเลยเอาวะ... เอากลับไปที่ร้าน ให้แม่ค้าจัดการให้
 
ไปถึงแม่ค้าบอก อ๋อ เอาน้ำแข็งใส่สิ เด๋วมันก็ตาย ว่าแล้วก็เอาน้ำแข็งใส่ถุงมาให้
ก็เลยกลับมาบ้าน เอาน้องปูแช่น้ำแข็ง...
 
ใจนึงก็แอบสงสารน้องปู โดนแช่น้ำแข็งจนค่อยๆนิ่งไปทีละตัว...
คิดในใจว่า มันต่างกะเอาปูลงหม้อต้มเลยยังไงหว่า ไม่ร้อนตาย ก็หนาวตายอยู่ดี
 
อะโหสิให้ด้วยน้า น้องปูจ๋า
 
ป.ล. น้องปูหร่อยมากเลยคับ
13 April

@ Rama VI Bridge

วันก่อนว่างๆ เลยลากยุ้ยไปสะพานพระราม6 ถ่ายรูปเล่น
 
สะพานนี้ขับรถผ่านแทบทุกวัน แต่หลังจากที่แม่เคยพาขึ้นไปตอนเด็กๆทีนึง
ก็ไม่เคยขึ้นไปอีกเลย...
 
(ไม่ค่อยมีเรื่องจะเขียน ไปอ่านต่อที่ blog ไอยุ้ยละกานน http://spaces.msn.com/nareeS/)
 
 
(ดูรูปเพิ่มได้ที่ Photos Album เหมือนเดินนะคร้าบบ...)
10 April

สวน สวน สวน Phase1

5555 ในที่สุดโครงการทำสวน Phase1 ก็เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

 

หลังจากกินเวลามานานนับเดือน ในที่สุดก็เสร็จสิ้นเสียที งานนี้ลงทุน+ลงพลังไปเยอะทีเดียว

เพราะทำเองแทบทุกอย่าง โดยเริ่มตั้งแต่ไปตระเวนซื้ออิฐ หิน ปูน ทราย ต้นไม้ ดิน ฯลฯ

หลังจากนั้นก็เคลียร์พื้นที่ นั่งก่ออิฐ ฉาบปูน ขั้นตอนนี้ทรมานสุดๆ ไม่นึกว่ากะอีแค่การผสมปูน

จะกินพลังงานขนาดนี้กว่าจะคนให้เข้ากันได้ ปวดแขนทีเดียว แถมแป๊บๆหมด ต้องผสมใหม่อีกล๊ะ

เวลาก่ออิฐนี่ก็แสนทรมาน นั่งหลังขดหลังแข็งอยู่ 2 วันเต็มๆกว่าจะเสร็จ สุดท้ายตอนฉาบนี่สุดๆ

แทบอยากร้องไห้ ไมมันยากงี้ว้า ฉาบๆไปก็เละๆเทะๆ ตอนแรกคิดว่าแค่เอาปูนโป๊ะๆแล้วก็ลูบๆๆ

เด๋วก็เรียบเอง แต่เอาจิงมันไม่ใช่ยากโคดดดดดดดดดดดดด

 

แต่ในที่สุดก็ออกมาเป็นรูปเป็นร่าง ก็เอาดินมาลง ฝากพ่อสั่งมาให้ 1 คันรถ....

ไอ้เอาก็นึกเอาเองว่าคงเป็นแค่ 1 คันรถกะบะ ที่ไหนได้แมร่งงงงงมาที 1 คันรถบรรทุกย่อมๆ

เอาลงทีตู้มมม เต็มบ้านแทบไม่มีที่จอดรถ เอาไปใช้จริงก็แค่ครึ่งเดียว ดินที่เหลือก็กองขวางทาง

กว่าจะกำจัดดินออกจากบ้านได้หมด เหนื่อยชิบ...

 

แล้วก็เอาต้นไม้มากมายที่ซื้อมาลงดินไปให้หมด ก็เอาลงๆๆๆไป ทำการเดินน้ำ เดินสายไฟ

แล้วก็เอาหินที่ซื้อมาโรยๆลงไป...

 

แล้วในที่สุดโครงการทำสวน Phase1 ก็เสร็จสิ้นลง(จนได้)...

 

Special Thanks

- ยุ้ย: จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย อุดส่าช่วยทุกอย่าง ทั้งเรื่องการออกแบบ, ออกไอเดีย, ไปซื้อของ

รวมถึงทั้งลงมือทำ (โดยเฉพาะตอนฉาบ แบบ..โบ้ไม่มีปัญญาทำงานที่ต้องการความเรียบร้อยอ่ะ) ขอบคุณค้าบบ

- ป๊ะป๋า: อุดส่ามาช่วยเดินไฟ เดินน้ำ + คอยด่าตลอดเวลา (เพราะดินกองเต็มบ้านทำให้เกะกะ เลอะเทอะไปหมด)

 

 

(รูปอื่นๆดูได้ในหน้า Photos นะจ๊ะ) 

 

ติดตาม Phase2 เร็วๆนี้คร้าบบบ...

2 April

@ Motor Show 2006

มะวานไปงานมอเตอร์โชว์มาแหละ....
จิงๆตอนแรกก็เฉยๆ แต่ไปนั่งดูรูปที่คนอื่นเค้าถ่ายๆมา
อยู่ๆก็รู้สึก..อยากไปเว้ย อยากไปๆๆๆๆ
อยากไปฝึกถ่ายรูปเล่น นางแบบก็มีพร้อม น่ารักด้วย
 
ไปคนเดียว เปลี่ยวมากๆ...
แต่ก็ไม่รู้สึกไรเท่าไหร่นะ เพราะตั้งใจไปเดินเล่น ถ่ายรูปเล่นอยู่แล้ว
เดินคนเดียวก็สบายดี ไม่ต้องรอใคร อยากไปไหนก็ไป เลยร่อนไปทั่วเรย..
 
มาถ่ายที่นี่สนุกมือมาก นางแบบเต็มไปหมด
เดินไปก็แช๊ะๆๆๆๆๆๆ ซัดไปเกือบ 1,000 รูป
 
เดินไปเดินมาก็ไปติดอยู๋บูทมิทซูบิชิบ่อย และนานมากกกกก
 
นางแบบซุ้มนี้ดูน่ารักดี ที่สำคัญโพสเก่งด้วย คุณเธอโพสไปเรื่อยๆๆๆ
ไอ้เราก็เลยเช๊ะไปเรื่อยๆๆๆ
 
เดินๆ ถ่ายๆจนดึก ก็กะกลับบ้าน...
 
เลยเดินออกมาข้างนอก
 
โอ้ววว!!! ออกมาเจอโคโยตี้เต้นๆๆๆอยู่ คนดูเยอะมาก เลยแวะดูซักหน่อย อิอิ
เพิ่งมาเคยดูแบบนี้ คนเต้นแรงมาก...บางคนใส่แบบ... แค่ชุดว่ายน้ำด้วยซ้ำ
แล้วก็เต้นๆๆๆ แล้วก็ซักพักก็ลงมานั่ง ไม่นั่งเฉยๆด้วยนะ นั่งอ้าๆอ่ะ
ไอ้พวกคนดูก็ถ่ายกันใหญ่ แต่ละคนซูมแต่ตรงนั้นอ่ะ
บางคนเอามือถือไปจี้ซะแบบ...จะโดนอยู่แล้วนะเฟ้ยย
ส่วนโคโยตี้ก็แบบ เอาเลยถ่ายกันให้พอเลย...
 
แต่เกลียดจิงๆอ่ะ ไอ้พวกใช้มือถือถ่าย แม่งงงงชอบเอามือถือไปจ่อใกล้ๆ
ไม่สนใจคนอื่นเล้ยยย ว่ามันบังนะเฟ้ยยย
 
ป.ล. ไม่ได้ถ่ายรูปไอ้พวกนั้นกะเค้าน้า เข้าไปไม่ถึง ฝูงชนหื่นกามเยอะมาก...
จะไปหื่นด้วยซะหน่อย อิอิ
 
16 March

ชีวิตที่หักเห

ช่วงนี้เพื่อนหลายๆคนเริ่มเบื่อกับการทำงาน...
อยากออกไปเรียนต่อ อยากออกไปหางานใหม่ อยากไปทำอย่างอื่น...
 
เลยย้อนกลับมาดูตัวเองมั่ง...
แทบทุกวันนี้ ก็คอยถามตัวเองอยู่เกือบตลอด ว่าอยากทำไรต่อไป
จะเลือกเดินทางไหนดี? หรือจะเปลี่ยนสายเปลี่ยนฟิลด์ไปเลยดี
 
ไอ้จะไปทำอย่างอื่นเลย ก็ไม่รู้จะทำไรดี
เสียดายเวลาด้วย ก็ทำไอ้พวกนี้มาตั้ง 2 ปีแล้วหนิ
อยู่ๆจะทิ้งไปเลยก็กระไรอยู่
 
ย้อนไปเมื่อสมัยเด็ก...
 
สมัยประถมเวลามีคุณครู หรือเพื่อนๆถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร
ตอนนั้นจะตอบได้ทันทีเลยว่าอยากเป็น"หมอ"ครับ
 
สมัยเด็กเหมือนโดนปลูกฝังมาว่า เป็นหมอสิ มั่นคง น่านับถือ ดูดี...
 
จนเมื่อจบม.ต้น เพื่อนๆในแก๊งไปสมัครเข้าเรียนต่อที่พระจอมเกล้าพระนครเหนือกัน
ตอนนั้นก็ไม่รู้หรอก ว่ามันเป็นยังไง รู้แต่ว่ามันเข้ายาก ใกล้บ้านด้วย
เลยไปลองสอบดู ปรากฎว่าสอบได้!... ก็เลยไปเข้าเรียนที่นั่น
 
ช่วงนั้นโยธากำลังบูม วิศวะโยธาเป็นสาขาที่คะแนนกำลังสูง
ก็เลยเลือกเรียนสายโยธา
 
ช่วงนั้นความคิดก็เริ่มเปลี่ยน... เออเป็นวิศวะโยธาก็ได้วะ
หมอเหมอช่างมันล๊ะ...
 
สมัยเรียนก็เรียนมาแบบเด็กช่าง ใช้ชีวิตแบบเด็กช่าง..
แต่ก็ไม่ได้ยกพวกตีใครนะ เด็กปวช.ที่นี่ไม่มีเรื่องกะพวกนอกสถาบันน่ะ
 
เรียนๆไปก็เริ่มโดนปลูกฝังอีกว่า วิศวะโยธาเนี่ย ต้องบางมดนะ
เรียนจบ ต้องไปต่อป.ตรีที่บางมด...
 
แต่พอใกล้เรียนจบปวช.ก็พบว่า โยธาแม่งเริ่มตก
พวกจบโยธาตกงานกันเป็นแถวๆ
 
เลยเริ่มคิดใหม่ ทำใหม่...
จะเรียนต่อไรดีวะ...
เรียนปวช.สายนี้มา คงต่อไรไม่ได้นอกจากวิดวะ
 
แล้วก็ได้ไปพบคณะนึง ที่อยากเรียน
"วิศกรรม อากาศยาน"ที่เกษตร
 
เริ่มได้เป้าหมายใหม่ เลยตั้งใจอ่านหนังสือ เพื่อ ent เข้าเกษตร
 
พอ ent เสร็จ คะแนนออกมา...
ก็เริ่มลังเลอีก เพราะคะแนนออกมาดีพอควร
 
เพื่อนๆกะที่บ้านเลยยุให้ลองเลือกจุฬาดู
 
เลยเลือก
วิดวะจุฬาอันดับ1
วิดวะเกษตรอันดับ2
อันดับ3จำไม่ได้
วิดวะม.ช.อันดับ4!!!
 
ตอนนั้นไม่เคยคิดจะเข้าจุฬาซักนิด อยู่ที่ไหนยังไม่รู้เลย
เคยไปแต่สยาม...
 
แล้วพอผล ent ออกมาปรากฎว่าได้ที่จุฬา...
 
วิดวะที่นี่เลือกภาคตอนจบปี 1
 
ตลอดเวลา 1 ปีแรกก็ถามตัวเองอยู่ตลอดว่าจะเลือกภาคไรดี???
 
คิดๆๆๆๆๆๆๆๆ ก็ได้มา 2 ตัวเลือก
 
"วิศวกรรมยานยนต์" กับ "วิศวกรรมคอมพิวเตอร์"
 
สนใจยานยนต์เพราะดูหางานง่ายดี รุ่นนึงมีแค่ไม่กี่คน
มีแค่ที่จุฬาที่เดียวด้วย เค้าว่าจบมาก็เข้าโตโยต้าได้เลย..
 
สนใจคอมเพราะตอนนั้นชอบเล่นคอม!!!
ไม่ได้มีความรู้เรื่องคอมเลย แค่รู้สึกว่า เออคอมมันก็น่าเรียนดีนะ...
 
จนมันถึงวันที่ต้องยื่นใบว่าจะเลือกภาคอะไร (เค้าให้ใส่อันดับ 1,2,3....)
 
ก็เลือกยานยนต์อันดับ1 ภาคคอมอันดับ2...
 
แล้วก็เข้าแถวไปยื่นเอกสาร ในใจก็ยังคิดอยู่ตลอดว่า ดีแล้วหรอ? เลือกยานยนต์เนี่ย
 
จนต่อแถวมาถึงคิวที่จะยื่น...
 
เหลือบไปเห็นลิควิด 1 ขวดตั้งอยู่ตรงที่รับเอกสาร...
 
ด้วยใจที่ไม่มั่นคงพอ ทำให้ตัดสินใจในวินาทีสุดท้าย...
 
เปลี่ยนจากยานยนต์อันดับ 1 เป็น 2
และเปลี่ยนจากคอมที่เลือกไว้อันดับ 2 เป็น 1!!!
 
ก็เลยได้มาเรียนภาคคอม
ซึ่งก็รู้ตัวมาตลอดนะ ว่าไม่ได้ชอบอะไรมากมาย
แต่เลือกไปแล้วนี่หว่า ทำไงได้...
 
สุดท้ายแค่อยากจะบอกว่า...ลิควิดแค่ขวดเดียว ก็เปลี่ยนชีวิตของคุณได้ครับ
ขอแค่มันตั้งอยู่ถูกที่ ถูกเวลาเท่านั้น
15 February

Blog ไว้อาลัย

Blog นี้ไม่มีสาระไรครับ (ถึงไม่ค่อยมีอยู่แล้วก็เหอะ)
แค่มาไว้อาลัยกะกิเลสของตัวเอง หึๆ
 
อดทนมาตั้งนาน อยู่ดีๆต่อมกิเลสแตกซะงั้น
 
ซัดไปครึ่งแสน หมดตัวเลย
 
P.S. เป้าหมายวันนี้ ต้องถ่ายรูปให้ได้อย่างน้อย 50,000 รูป
เฉลี่ยรูปละ 1 บาท หึๆ
5 February

วันว่างๆ

วันนี้อยู่บ้าน ไม่ได้ออกไปไหน
ก็เลยหาไรทำแก้เบื่อ...
 
เลยลองเอา photo shop มาเล่นดู
ปกติไม่เคยใช้ทำไรเลย นอกจาก crop รูป กะ resize
เลยเอามาลองๆเล่นหน่อย
 
 
ได้รูปพวกนี้ออกมา 555